ค้นหา
-
สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นประเทศอยู่ในกลุ่ม G8 โดยมีเศรษฐกิจเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ซึ่งชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีฐานะในระดับชนชั้นกลางขึ้นไป จึงมีความเจริญค่อนข้างมาก และยังเป็นผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือมี GDP สูงเป็นอันดับ1ของโลก มูลค่าการส่งออกอันดับ 3 ของโลก จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจทาง เศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก นักลงทุนทั่วโลกจึงสนใจเข้าไปแสวงหาช่องทางและโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ กันเป็นจำนวนมาก
Modified:19/03/2015 16:19:36
-
เวียดนาม
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอินโดจีนที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองของเหล่านักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเวียดนามมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดีและปรับตัวในทิศทางที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศโดยการให้สิทธิประโยชน์หลายประการอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่เวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เมื่อปี 2550 ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งเปิดเสรีการลงทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ WTO ยิ่งส่งผลให้เวียดนามน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทยมากขึ้น
Modified:19/03/2015 16:16:39
-
สิงคโปร์
เกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของไทยที่ชื่อว่า สิงคโปร์ (Singapore) นับเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทางเศรษฐกิจและมีธุรกิจน่าสนใจผิดกับขนาดของประเทศ เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ที่สำคัญยังเป็นเพื่อนบ้านกับไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม การที่ไทยกับสิงคโปร์มีความชำนาญในสาขาต่างกัน ย่อมสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของทั้ง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ขึ้น การเชื่อมโยงกันระหว่างเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาค ก็เป็นช่องทางและโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนที่กำลังสนใจเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์ได้เป็นอย่างดี
Modified:19/03/2015 16:16:02
-
เมียนมาร์
ปัจจุบันพม่าหรือเมียนมาร์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
Modified:19/03/2015 16:15:13
-
มาเลเซีย
มาเลเซีย (Malaysia) ประเทศที่มีพรมแดนติดกับทางใต้ของประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศ ยังเป็นสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่มอีกด้วย ที่สำคัญ ในปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ประเทศสมาชิกต้องเปิดเสรีทางการค้า สินค้า บริการ การลงทุน รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งก่อนที่ AEC จะเริ่มต้นขึ้น นักลงทุนควรทำความเข้าใจกับประเทศมาเลเซีย เสียก่อน
Modified:19/03/2015 16:14:29
-
กัมพูชา
แม้ว่ากัมพูชาจะเป็นตลาดที่ไม่ใหญ่นัก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆของไทย แต่ก็เป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากในแง่การค้าชายแดน และเริ่มที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตใหม่ของกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งมีต้นทุนแรงงานยังไม่สูงนัก และอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ กัมพูชายังมีเส้นทางโลจิสติกส์ทั้งทางบก และทางน้ำที่เชื่อมโยงการค้าไปยังเวียดนาม จีน และประเทศอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น กัมพูชาจึงนับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่จะสร้างโอกาสการค้า และการลงทุนให้กับนักธุรกิจไทย
Modified:19/03/2015 16:13:15
-
ลาว
ลาว (Laos) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับประเทศ หากพูดถึงในแง่การค้าการลงทุน ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ ทำให้ลาวร่ำรวยด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ดิน มีพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก หลากหลายทางชีวภาพ มีพื้นที่เกษตรที่ยังอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกข้าว ข้าวโพด ยาสูบ มันสำปะหลัง ใต้ดินมีแร่ธาตุประเภท ดีบุก ยิปซัม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหิน แบไรต์ ลิกไนต์ โปแตส สังกะสี ทองคำ ทองแดง พลอย อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน (ในภาคกลางและภาคใต้) และถ่านหินคุณภาพเยี่ยม ลาวจึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งลงทุนใกล้ไทยที่มีความน่าสนใจไม่น้อย
Modified:19/03/2015 16:12:23
-
รัสเซีย
สหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) นับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 140 ล้านคน ทั้งยังมีพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 ทวีป คือ เอเชีย และยุโรป นอกจากนี้ รัสเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติสำคัญหลายชนิด อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน อัญมณี และแร่ต่างๆ และมีนโยบายส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ซึ่งไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซียได้ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย โรงแรม บริการซ่อมรถยนต์และอะไหล่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
Modified:19/03/2015 13:54:52
-
ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น (Japan) ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือ เกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญ ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีจีดีพีสูงเป็นอันดับสามของโลกในปี พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ G8 โออีซีดี และเอเปค ซึ่งเมื่อพิจารณาในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจแล้ว ญี่ปุ่นเป็นฐานลงทุนเพื่อการส่งออกที่ค่อนข้างมีความได้เปรียบ เนื่องจากนานาชาติมีความเชื่อมั่นในสินค้าของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
Modified:19/03/2015 13:30:36
-
คาซัคสถาน
สาธารณรัฐคาซัคสถาน (Republic of Kazakhstan) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางในทวีปเอเชีย ก่อนปี 2533 ระบบเศรษฐกิจคาซัคสถานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการแบ่งการผลิตของสหภาพโซเวียต โดยถูกกำหนดให้มีความชำนาญด้านเกษตรกรรมตามโครงการดินแดนบริสุทธิ์ฮรุชชอฟ (Khrushchev Virgin Lands) ส่วนอุตสาหกรรมหลักขึ้นอยู่กับการขุดเจาะน้ำมันและการทำเหมืองแร่ การผสมโลหะ และการสกัดแร่ธาตุ ตลอดจนการผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เครื่องมือก่อสร้าง รถแทรกเตอร์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร
ภายหลังการสลายตัวของสหภาพโซเวียตความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลหนักซึ่งเป็นสินค้าหลักของคาซัคสถานได้ลดลง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก อัตราเงินเฟ้อสูงและมูลค่า Real GDP ลดลงมากกว่าร้อยละ 5 รัฐบาลคาซัคสถานจึงทำการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตกสู่ภาคเอกชน อัตราการเจริญเติบโตของประเทศก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น
Modified:19/03/2015 13:26:06
-
เปรู
สาธารณรัฐเปรู (República del Perú) เคยตกเป็นประเทศอาณานิคมของสเปน และได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2523 ซึ่งมีการวางรากฐานที่สำคัญในระบอบเศรษฐกิจของเปรู รวมถึงมีการยกเลิกการควบคุมราคา การแทรกแซงทางการค้า และการควบคุมการลงทุนจากต่างประเทศ อีกทั้งได้ริเริ่มการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเปรูขยายตัวอย่างมั่นคงตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 อย่างไรก็ตาม เปรูประสบกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งระหว่างช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียในปี 2540 แต่รัฐบาลก็ได้แก้ไขด้วยการกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและส่งเสริมการส่งออก
ปัจจุบันเศรษฐกิจของเปรูมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 9.8 เป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537 อีกทั้งมีอัตราเงินเฟ้อ และอัตราแลก เปลี่ยนที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจของเปรูขณะนี้มีเสถียรภาพดีกว่าประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศ
Modified:18/03/2015 12:02:43
-
เสียงจากผู้ประกอบการไทยในงานเทศกาลไทยครั้งที่ 5 ประจำปี 2554 ณ นครเฉิงตู (ตอนแรก)
งานเทศกาลไทย ณ นครเฉิงตู ประจำปี 2554 นับเป็นครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 พ.ค. 2554 ที่ลานถนนวัฒนธรรมเหวินซูฟาง โดยมีสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เป็นแม่งานหลัก งานในครั้งนี้มีกลุ่มผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้าจาก จ.เชียงใหม่ จ.สุพรรณบุรี จากสมาคมกาแฟและชาไทย กลุ่มผู้ประกอบการไทยรายย่อย และจากกลุ่มผู้ประกอบการจีนส่งเสริมสินค้าไทย รวมทั้งสิ้น 50 ราย ร่วมกันประชาสัมพันธ์ศักยภาพของสินค้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในนครเฉิงตูทำให้งานเทศกาลไทยในครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จไปได้ด้วยดีModified:17/03/2015 17:58:01
-
เสียงจากผู้ประกอบการไทยในงานเทศกาลไทยครั้งที่ 5 ประจำปี 2554 ณ นครเฉิงตู (ตอนจบ)
สินค้าที่ทางร้านนำมาแสดงในงานไทยฯ ครั้งนี้ ได้แก่ เสื้อผ้าสตรีสีขาวจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้า Cotton และเครื่องประดับสตรีบางส่วน ร้านอนงค์ ไทยซิลล์ได้เข้ามาเปิดตลาดในจีนหลายครั้ง และมาร่วมงานเทศกาลไทยที่นครเฉิงตูปีนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ทำให้ทราบดีว่าผู้บริโภคเมืองนี้นั้นมีกำลังซื้อModified:17/03/2015 17:59:28
-
นายหวัง หลินตง เจ้าพ่อค้าปลีกผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุดในนครเฉิงตู ผู้บุกเบิกนำเข้าผลไม้ไทยสู่เสฉวน ตอนแรก
คุณหวัง หลินตง เจ้าของบริษัท “หลินตงกั่วเย่” เป็นบุคคลแรกที่ทำให้ผู้บริโภคชาวเสฉวนได้รู้จักและลิ้มรสชาติผลไม้ไทย ในฐานะ “ผู้นำเข้าผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในตลาดนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน”
Modified:17/03/2015 18:11:36
-
สัมภาษณ์พิเศษ ออท. อินโดฯ กับการขยายความร่วมมือระหว่างนครเฉิงตูกับประเทศอินโดนีเซีย
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลนครเฉิงตู ได้เร่งพัฒนาเมืองให้เจริญเติบโตในทุกด้านจนประสบผลสำเร็จตอย่างใหญ่หลวงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการค้าการลงทุนที่เสมือนเป้นแม่เหล็กอันทรงพลังดึงดูดให้นักธุรกิจชาติต่างๆ ทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาลงทุนในพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและมีการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างนครเฉิงตู
Modified:17/03/2015 18:23:20
-
คุณวิธาน สัตย์ตระกูลวงศ์ นักธุรกิจอสังหาฯ ไทยเติบโตในเสฉวน
เมื่อพูดถึงการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของคนไทยในประเทศจีนนั้นยังมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับโอกาสที่มีอยู่บนผืนแผ่นดินมังกรแห่งนี้ คุณวิธาน สัตย์ตระกูลวงศ์ ผจก.ใหญ่ บ.เหมียนหยางจ่านอี้ จก. (绵阳展易实业有限公司) คือหนึ่งในนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเชื้อสายมาเลเซีย ที่ประสบความสำเร็จและได้เข้ามามีโอกาสประกอบธุรกิจด้านการจัดสรรที่ดินในเมืองเหมียนหยาง เมืองใหญ้อันดับ 2 รองจากนครเฉิงตูที่มีศักยภาพและเต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจของมณฑลเสฉวน
Modified:17/03/2015 17:53:55
-
“ไท่จ่งฟีเวอร์” ผลักดันกระแสท่องเที่ยวไทยให้ไม่ “จ่ง” แล้วไทยจะต่อยอดจาก “ไท่จ่ง” สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่ให้ “จ่ง” ได้หรือไม่ (ตอนแรก)
ไม่น่าเชื่อว่า อิทธิพลของภาพยนตร์จีนเรื่องหนึ่ง จะสามารถปลุกกระแสท่องเที่ยวไทยให้ บูม! ได้อีกครั้งในช่วงปลายปี 2555 ต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีนต้นปี 2556 ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเริ่มต้นศักราชใหม่ของไทยด้วย “ความเฮง” ที่เราต้องกลับมาช่วยกันขบคิดว่าจะเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างไรในการช่วยขยายผลเพิ่มมูลค่าต่อยอดให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต
Modified:17/03/2015 17:31:37
-
ปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยเตรียมเปิดเส้นทางรถไฟอีก 3 เส้นภายในปีนี้
กรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และมณฑลเหอเป่ยจะเปิดเส้นทางรถไฟอีก 3 เส้นภายในปีนี้ ได้แก่ การขยายเส้นทางรถไฟระหว่างเมืองปักกิ่ง - เทียนจิน เส้นทางรถไฟเทียนจิน - เป่าติ้ง (Baoding) และเส้นทางรถไฟจางเจียโข่ว - ถังซาน (Zhangjiakou - Tangshan) โดยมีระยะทางทั้งสิ้น 800 กิโลเมตรModified:17/03/2015 17:34:43
-
แนวโน้มศักยภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยในนครเฉิงตูจากผลตอบรับจากงานเทศกาลไทย ประจำปี 2555 ตอนจบ
งานเทศกาลไทย ประจำปี 2555 ณ นครเฉิงตู ในครั้งนี้นั้น สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ของไทยเข้าร่วมแสดงงานเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์จำนวน 18 ราย ณ ศูนย์การค้าว่านเซี่ยงเฉิง นครเฉิงตู ในระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค. 55 โดยตลอดระยะเวลา 5 วันของการแสดงงาน ได้มีผู้เข้าชมงานให้ความสนใจในเครื่องประดับอัญมณีของไทยเป็นจำนวนมาก
Modified:17/03/2015 17:25:08
-
ศูนย์ Caterpillar แห่งใหม่ ที่มาพร้อมกับความท้าทายในยุคการก่อสร้างที่ชะลอตัว
เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 55 ได้มีพิธีเปิด ศูนย์บริการครบวงจร Caterpillar แห่งใหม่ของ บริษัท ECI-Metro โดยมี นายนฤมิต หิญชีระนันทน์ กสญ. นครเฉิงตู รวมถึงผู้บริหารระดับสูง และแขกผู้มีเกียรติหลายท่านเข้าร่วมงานในครั้งนี้Modified:17/03/2015 17:05:38
Sorted by relevance | Sort by date
